ASEAN Peoples' Forum

แนะนำผู้แทนภาคประชาสังคมในการพบกับผู้นำอาเซียน

อีเมล พิมพ์ PDF

วันที่ 23 ตุลาคม 2552 เวลา 11.50-12.20 น. ณ การประชุมผู้นำอาเซียนครั้งที่ 15
(หมายเหตุ: ภาคประชาสังคมตัดสินใจไม่เข้าพบ เพราะมีผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าพบ 4 ประเทศ คือ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย และไม่ได้รับอนุญาตให้แสดงความเห็นระหว่างเ้ข้าพบ)

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว - นางมณีจันทร์ พิลาพรรณ (Manichanh Philaphanh)

นางมณีจันทร์ เกิดที่เวียงจันทน์ จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งลาว (National University of Laos) นอกจากนี้ ยังได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรธุรกิจระดับพื้นฐานและระดับสูงจากศูนย์พัฒนาบุคลากรลาว-ญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2547 ในปัจจุบัน นางมณีจันทร์ เป็นทนายความอยู่ที่ Lao Bar Association โดยก่อนหน้านี้ เคยเป็นผู้ช่วยหน้าที่และผู้ช่วยโครงการของ Lao Women Union และเป็นเจ้าหน้าที่สนับสนุนโครงการขององค์กร Concern Worldwide ตามลำดับ ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2550 นางมณีจันทร์ ได้เข้าร่วมหลักสูตรและการฝึกอบรมต่างๆ ในบางประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น การอบรมเกี่ยวกับอนุสัญญาว่าด้วยการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW), การอบรมการบริหารจัดการภาวะความเป็นผู้นำ (Leadership Management Training), การอบรมกรอบตรรกะวิทยา (Logical Framework Training), และการอบรมเทคนิคการให้คำปรึกษาและการวิเคราะห์ชุมชนอย่างมีส่วนร่วม (Counseling Techniques and Participatory Rural Appraisal Training)

อีเมล : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

สาธารณรัฐสิงคโปร์ - นายสินาปัน แซมิโดราย (Sinapan Samydorai)

นายสินาปัน เป็นผู้ประสานงานหลักของคณะทำงานเพื่อแรงงานข้ามชาติอาเซียน (Task Force on ASEAN Migrant Wokers) ซึ่งเป็นการร่วมกันทำงานในประเด็นสิทธิแรงงานข้ามชาติของภาคประชาสังคมและสหภาพแรงงานที่เป็นองค์กรหลักของเหล่าประเทศสมาชิกในอาเซียน นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งประธานของศูนย์ Think Centre ในสิงคโปร์ และเคยเป็นผู้ประสานงานโครงการที่คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (Asian Human Rights Commission-AHRC) ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาระดับภูมิภาคที่ประเทศฮ่องกง ตั้งแต่ปีพ.ศ.2544 นายสินาปัน ได้เป็นผู้แทนของความริเริ่มเพื่อแรงงานข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Migrant Workers Initiative) และเป็นที่ปรึกษาอิสระในประเด็นสิทธิแรงงานโดยเฉพาะสิทธิของแรงงานข้ามชาติและการปฏิบัติทางสิทธิมนุษยชนในประเทศอาเซียน

นอกจากนี้ นายสินาปัน ยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหารของ Asian Forum for Human Rights and Development และ Migrant Forum in Asia (MFA) รวมทั้ง ยังเป็นอดีตผู้แทนสิงคโปร์ในคณะทำงานด้านกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน (Working Group for ASEAN Human Rights Mechanism) ในท้ายที่สุด นายสินาปัน ยังมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่จัดโดยเครือข่ายสมานฉันท์ของเอเชียเพื่อการรณรงค์ของประชาชนและคณะทำงานเกี่ยวกับอาเซียน(Solidarity for Asia People’s Advocacy-SAPA and its Working Group on ASEAN)มาตลอดตั้งปีพ.ศ. 2548

อีเมล : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ - แม่ชีเครสเซนเชีย แอล ลูเซโร (Sister Crescencia L. Lucero)

แม่ชีเครสเซนเชีย แอล ลูเซโร เกิดที่ Tagudin ใน Ilocos Sur ประเทศฟิลิปปินส์ มีอาชีพครูและเป็นสมาชิกของคณะ the Franciscan Sisters of the Philippines ซึ่งมีศูนย์อยู่ที่เมือง Quezon ภายหลังเวลาเกือบ 20 ปีที่เป็นครูและผู้บริหารของโรงเรียนในสังกัด แม่ชี Crescencia L.Lucero ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่ม the Association of Major Religious Superiors of Phillippines (AMRSP) ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเช่น Justice, Peace and Integrity of Creation and the Task Force Detainees of the Philippines (TFDP) ทั้งนี้ TFDP ก่อตั้งโดย AMRSP ในปีพ.ศ. 2517 เพื่อตอบโต้ต่อเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลังการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งเต็มไปด้วยการจับกุม กักขัง ลักพาตัว ทรมาน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก นับแต่นั้นเป็นต้นมา แม่ชีเครสเซนเชีย แอล ลูเซโร ได้กลายเป็นนักรณรงค์และล็อบบี้ที่มุ่งมั่นให้เกิดการเคารพ, คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนโดยถ้วนหน้า ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาคและระดับสากล นอกจากนี้ กลุ่ม TFDP ถือว่าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง Asian Forum for Human Rights and Development (Forum-Asia) และยังคงมีส่วนร่วมมาอย่างต่อเนื่องในโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของ Forum-Asia ในปัจจุบัน แม่ชีเครสเซนเชีย แอล ลูเซโร เป็นตัวแทนของกลุ่ม TFDP องค์กรหลักของฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการในคณะทำงานสิทธิมนุษยชนของเครือข่ายสมานฉันท์ของเอเชียเพื่อการรณรงค์ของประชาชน(Solidarity for Asia People’s Advocacy-SAPA) ซึ่งรณรงค์และล๊อบบี้ประเด็นเกี่ยวกับการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียน

อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

ราชอาณาจักรกัมพูชา - นายเนย์ วันดา (Mr. Nay Vanda)

เกิดที่เมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา จบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขานิติศาสตร์ที่ Royal University of Law and Economics นอกจากนี้ ยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสองสาขาด้วยกัน อันได้แก่ สาขาวรรณคดีและสาขาการศึกษา จาก Royal University of Phnom Penh ปัจจุบัน นายเนย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและหัวหน้างานด้านการรณรงค์ของ Cambodian Human Rights and Development in Cambodia (ADHOC) โดยก่อนหน้านั้น ยังเคยได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานปกครองท้องถิ่นจังหวัด (Provincial Local Administration Unit- PLAU) ของกระทรวงมหาดไทย ในขณะที่เคยเป็นครูนั้น นายเนย์ ได้เข้าร่วมการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนของ Forum-ASIA เกี่ยวกับกลไกต่างๆ ขององค์การสหประชาชาติและการประชุมสากลเพื่อการพิจารณาทบทวนตามระยะเวลา (Universal Periodic Review-UPR)

อีเมล: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

สาธารณรัฐอินโดนีเซีย - นางสาวยูยุน วายูนิงรัม (Ms. Yuyun Wahyuningrum)

นางสาว ยูยุน วาห์ยูนิงรัม เกิดที่จาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยมหิดลด้านสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาสังคม ปัจจุบันเป็นผู้จัดการแผนงานเอเชียตะวันออกที่ Forum-ASIA ซึ่งเปิดโอกาสให้เป็นผู้ประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อกลไกสิทธิมนุษยชนอาเซียนของภาคประชาสังคมที่ว่า พวกเราต้องการคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่มีฟัน, สามารถตรวจสอบได้, มีประสิทธิภาพ และเป็นอิสระ

นางสาวยูยูน ได้ทำงานร่วมกับสำนักเลขาธิการอาเซียน และรัฐบาลต่างๆ ของอาเซียนมาโดยตลอด รวมทั้งยังมีส่วนร่วมในการส่งเสริมศักยภาพของภาคประชาสังคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแข็งขัน จากการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในปัญหาการค้ามนุษย์ ทำให้นางสาวยูยูน เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโทในหัวข้อ การเมืองว่าด้วยการค้ามนุษย์ในอินโดนีเซีย: เพศสภาวะ, วาทะแห่งชาติและอำนาจ (The Politics of Trafficking in Indonesia: Gender, National Rhetoric and Power) ในปีพ.ศ. 2550

อีเมล: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

สหพันธรัฐมาเลเซีย - นายมุน ฮุย ตาห์ (Mr. Moon Hui Tah)

นายมุน ฮุย ตาห์ เติบโตที่สลังงอร์ ในมาเลเซีย เริ่มเข้าทำงานที่องค์กร SUARAM Malaysia ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ในตำแหน่งผู้ประสานงานประจำสำนักงานที่ยงโฮ บารู และได้เป็นผู้ประสานงานการรณรงค์ในกัวลาลัมเปอร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 นายมุน ฮุย ตาห์ ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการพัฒนาทรัพยากรบุคคลจาก University Technology Malaysia (UTM) อนึ่ง SUARAM เป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อสังคมที่เต็มไปด้วยด้วยความสงบสุข อิสรภาพ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และความยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมศักยภาพของประชาชนและการสร้างองค์กรมวลชนที่สนับสนุนสิทธิมนุษยชน

อีเมล: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม - นางสาวตรัน ติ ตู ตุย (Ms. Tran Thi Thu Thuy)

จบการศึกษาระดับปริญญาโทจาก The United Business Institute of Belgium สาขาการบริหารจัดการธุรกิจ ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการร่วมของ VUFO-NGO Resource Center ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2536 และเป็นองค์กรเน้นเครือข่ายสมาชิกเป็นหลัก ซึ่งทำงานให้กับองค์กรเพื่อการพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศและเครือข่ายที่เป็นองค์กรของเวียดนามเอง

อีเมล: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

ประเทศไทย - นางสาวสวาท ประมูลศิลป์ (Ms. Sawart Pramoonsilp)

เกิดที่ตำบลวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพของคนตาบอด ประเทศไทย ที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่านางสาวสวาทมีบทบาทในการรณรงค์สิทธิของผู้พิการมาอย่างยาวนาน

ราชอาณาจักรบรูไน ดารุสซาลาม- ดาโต๊ะ ปาดูกา เฮจจ์ ไซนาล บิน เฮจจ์ โมมิน (Dato Paduka Hj Zainal Bin Hj Momin)

เกิดเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2493 เคยเป็นข้าราชการประจำกระทรวงต่างๆ รวมทั้งเคยเป็นคณะกรรมการแรงงานเป็นเวลา 12 ปี โดยดูแลประเด็นปัญหาแรงงานในประเทศ แรงงานข้ามชาติ และปัญหาแรงงานในกรณีพิเศษต่างๆ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเป็นประธานองค์กร KACA ในช่วงตลอด 7 ปีที่ผ่านมา อนึ่ง KACA ซึ่งเป็นสมาคมเพื่อเด็กพิการนั้น เป็นองค์กรเพื่อการพัฒนาเอกชนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทเอกชนและประชาชน เพื่อนำไปสนับสนุนการบำบัดฟื้นฟูและการบริการความช่วยเหลือต่างๆ แก่เด็กจำนวน 489 คน (อายุตั้งแต่ 1-12 ปี) รวมทั้งครอบครัว นอกจากนี้ ดาโต๊ะ ไซนาล ยังเป็นที่ปรึกษาแก่ชุมชนหมู่บ้านในท้องที่ของตนอีกด้วย

สหภาพพม่า - นางสาวขิ่น โอมาร์ (Ms. Khin Ohmar)

นางสาวขิ่น โอมาร์ เป็นสมาชิกของคณะทำงานอาเซียนและพม่า (Task Force on ASEAN and Burma-TFAB) และมีตำแหน่งเป็นผู้ประสานงานขององค์กรพันธมิตรพม่า (Burma Partnership) ซึ่งเป็นแนวร่วมพันธมิตรของภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านส่งเสริมประชาธิปไตยในพม่าของภูมิภาค รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้จัดทำกระบวนการหารือระหว่างกลุ่มประชาสังคมพม่าในประเด็นกฎบัตรอาเซียนและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนอาเซียน จุดเริ่มต้นของเส้นทางนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยคือ ตอนที่นางสาวขิ่นยังเป็นนักศึกษาเคมีและได้จัดการประท้วงทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. 2531 ตลอดระยะกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ถือว่าได้ว่านางสาวขิ่น เป็นบุคคลที่มีบทบาทเป็นนักรณรงค์ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง จนได้รับโอกาสในครั้งหลายคราในการเป็นผู้แทนขบวนการประชาธิปไตยไปกล่าวถ้อยแถลงที่องค์การสหประชาชาติ รวมทั้งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ

อีเมล: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

แก้ไขล่าสุด ( วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2009 เวลา 23:02 น. )  
You are here: Home